7 สูตรน้ำสมุนไพร คลายร้อน ได้ประโยชน์
น้ำเก็กฮวย ดื่มแก้ร้อนใน กระหายน้ำ เป็นยาช่วยย่อย มีฤทธิ์ระบายอ่อนๆ
ส่วนผสม
- ดอกเก๊กฮวยแห้ง
- น้ำตาลทราย 3-5 ช้อนโต๊ะ
- น้ำเปล่า 1.5 ลิตร
วิธีทำ
1.นำเก๊กฮวยที่เตรียมไว้ ล้างน้ำให้สะอาด ใส่ลงไปในหม้อ
เติมน้ำเปล่าลงไป จากนั้นเคียวไฟประมาณ 5 นาที
2.เติมน้ำตาลทรายลงไป ชิมรสตามใจชอบ
3.เคี่ยวต่อให้น้ำตาลละลายดี จากนั้นปิดไฟ
เสิร์ฟใส่แก้ว หรือนำไปแช่เย็นก็ได้
น้ำใบบัวบก ดื่มแก้ร้อนใน
กระหายน้ำ ทำให้สดชื่น แก้อักเสบหรือช้ำใน เป็นยาบำรุง ขับปัสสาวะ
มีวิตามินและแคลเซียมในปริมาณสูง
ส่วนผสม
- ใบบัวบก 500 กรัม
- เกลือป่น 2 ช้อนชา
- น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
- น้ำต้มสุก 6 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1.ตัดก้านบัวบกห่างจากโคน 2 นิ้ว
จากนั้นล้างน้ำให้สะอาด แล้วแช่น้ำทิ้งไว้
2.นำใบบัวบกมาหั่นหยาบๆ แล้วนำไปใส่ลงในเครื่องปั่น
3.เติมน้ำสุกครั้งละ 2 ถ้วยตวง
ต่อใบบัวบก 150 กรัม ปั่นให้ละเอียด
4.เทน้ำใบบัวบกที่ปั่นแล้ว
กรองในกระชอนที่มีผ้าขาวบางซ้อนกัน 2 ชั้น
5.ใส่เกลือป่นลงไป 2 ช้อนชา
ลงในน้ำที่กรองไว้ แล้วนำมาแช่เย็นเก็บไว้
6.ทำน้ำเชื่อมโดยการใช้น้ำ 1 ถ้วยตวง
และน้ำตาล 2 ถ้วยตวง จั้งไฟทำน้ำเชื่อมเข้มข้น
7.ใส่น้ำเชื่อมลงไปในน้ำใบบัวบกที่กรองเรียบร้อยแล้ว
ก็จัดเสิร์ฟได้
น้ำมะตูม เป็นยาระบายขับลม
แก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ช่วยย่อยอาหาร บำรุงธาตุ ช่วยเจริญอาหาร ขับเสมหะ
และแก้อาการร้อนในได้ดี
ส่วนผสม
- มะตูมแห้ง 8 กรัม
- น้ำ 300 กรัม
- น้ำตาลทราย 15 กรัม
วิธีทำ
1.นำมะตูมแห้งไปปิ้งไฟจนมีสีเหลืองจัด
2.ต้มน้ำให้เดือด ใส่มะตูมลงไป เครียวสักครู่
3.เติมน้ำตาลทราย แล้วคนให้ละลายเข้ากัน ชิมรสตามใจชอบ
4.ยกลงกรองด้วยผ้าขาวบาง จัดเสิร์ฟใส่แก้ว
น้ำตะไคร้ ตะไคร้มีวิตามินเอ
ช่วยบำรุงสายตา นอกจากนี้ยังมีแคลเซียมและฟอสฟอรัส ช่วยบำรุงกระดูกและฟัน
ดื่มแก้ท้องอืดท้องเฟ้อ ขับลม ลดความดันโลหิตสูง ช่วยขับปัสสาวะ ขับเหงื่อได้ดี
ลดพิษของสารแปลกปลอมในร่างกาย
ส่วนผสม
- ตะไคร้สด 200 กรัม
- น้ำ 8 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 3-5 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1.น้ำตะไคร้มาหั่นให้เป็นท่อนๆ
2.ใส่ตะไคร้ลงในหม้อต้ม รอน้ำเดือด 1-2 นาที จึงยกลง
3.ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนให้ละลายเข้ากัน
4.ชิมรสชาติตามใจชอบ จึงตักเสิร์ฟใส่แก้ว
น้ำกระเจี๊ยบ ดื่มแล้วให้ความสดชื่น
แก้กระหาย ช่วยแก้ไอ กัดเสมหะ ขับปัสสาวะ เป็นยาระบายอ่อนๆ
ส่วนผสม
- กระเจี๊ยบสดหรือแห้ง 1½ ขีด
- น้ำสะอาดขนาด 1 ลิตร 4 ขวด
- น้ำตาลทราย ¾-1 กิโลกรัม
- เกลือป่น 1 ช้อนโต๊ะ
วิธีทำ
1.นำกระเจี๊ยบที่เตรียมไว้มาล้างน้ำให้สะอาด ใส่ในหม้อ
เติมน้ำลงไป แล้วนำไปตั้งไฟ
2.เคี่ยวประมาณ 30-40 นาที
จนกระเจี๊ยบเปื่อย สีของน้ำที่ต้มเป็นสีแดง จึงปิดไฟยกลง
3.กรองน้ำกระเจี๊ยบด้วยผ้าขาวบาง 2 ชั้น เพื่อเอากากออก ใส่น้ำตาลทรายลงไป คนให้น้ำตาลละลาย
ใส่เกลือป่นนิดหน่อย
4.ชิมรสชาติตามใจชอบ จึงจัดเสิร์ฟ
น้ำใบเตย ช่วยลดอาการกระหายน้ำ
แก้อ่อนเพลีย และช่วยบำรุงหัวใจ
ส่วนผสม
- ใบเตยสด 3-4 ถ้วยตวง
- น้ำ 8 ถ้วยตวง
- น้ำตาลทราย 2 ถ้วยตวง
วิธีทำ
1.นำใบเตยที่เตรียมไว้มาล้างให้สะอาด
จากนั้นหั่นเป็นชิ้นเล็กๆ
2.ต้มน้ำให้เดือด จากนั้นนำใบเตยที่หั่นแล้วใส่ลงไป
ทิ้งไว้สักพัก
3.ใส่น้ำตาลทรายลงไปแล้วคนให้ละลาย
4.นำหม้อลงจากเตา กรองน้ำใบเตยด้วยผ้าขาวบาง
แล้วจัดเสิร์ฟใส่แก้ว
น้ำว่านหางจระเข้ ในวุ้นของว่านหางจระเข้มีสารสำคัญออกฤทธิ์สมานแผล
ช่วยเร่งการเจริญเติบโตของเซลล์ที่อยู่รอบๆ แผล
ช่วยบำรุงร่างกายเนื่องจากการอ่อนเพลียพักผ่อนน้อย และช่วยระบบขับถ่ายให้เป็นปรกติ
ส่วนผสม
- ว่านหางจระเข้ 1 ถ้วยตวง
- น้ำสะอาด 1 ถ้วยตวง
- น้ำผึ้ง ½ ถ้วยตวง
วิธีทำ
1.นำว่านหางจระเข้มาปอกเปลือก แล้วแช่น้ำทิ้งไว้สักพัก
2.ล้างเพื่อเอาน้ำยางออกให้หมด
ทำความสะอาดบริเวณลำต้นให้สะอาด
3.หั่นว่านหางจระเข้เป็นชิ้นเล็กๆ
ใส่เครื่องปั่นเติมน้ำลงไป ปั่นให้ละเอียด
4.นำว่านหางจระเข้ที่ปั่นแล้วมากรองด้วยผ้าขาวบาง
เพื่อกรองเศษของว่านออกเหลือแต่น้ำ
5.ใส่น้ำผึ้งลงในน้ำว่านหางจระเข้ คนให้เข้ากัน
เสร็จแล้วจัดเสิร์ฟใส่แก้ว
น้ำขิง
สรรพคุณ : บรรเทาอาการท้องอืด จุก แน่นท้อง แก้อาเจียน ขับลม ทำให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันการเมารถ เมาเรือ
บรรณานุกรมข้อมูลออนไลน์
7 สูตรน้ำสมุนไพร. [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก : travel.truelife.com/detail/39940. (วันที่ค้นหาข้อมูล
: 4 เมษายน 2559).
ประโยชน์ของน้ำผัก & น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ
ประโยชน์ของน้ำผักผลไม้
น้ำผักผลไม้เป็นน้ำดื่มที่อุดมไปด้วยวิตามินและแร่ธาตุหลายชนิด
การดื่มน้ำผักผลไม้เป็นประจำจะช่วยทำให้ร่างกายแข็งแรงมีอายุยืนยาว
เพราะช่วยบำรุงสุขภาพและช่วยป้องกันและรักษาโรคภัยไข้เจ็บต่าง ๆ
ผักผลไม้แต่ละชนิดล้วนมีสารต้านอนุมูลอิสระที่เป็นตัวช่วยป้องกันและลดความเสี่ยงของการเกิดโรคต่าง
ๆ ได้เป็นอย่างดี ซึ่งรวมไปถึงโรคมะเร็งต่าง ๆ ด้วย
ช่วยป้องกันและชะลอความเสื่อมของอวัยภายในร่างกายต่าง ๆ
การดื่มน้ำผักผลไม้สามารถช่วยพัฒนาสมอง
เสริมสร้างความจำ และเป็นอาหารของสมองได้เป็นอย่างดี
ช่วยบำรุงและรักษาสายตาได้
เพราะผักผลไม้บางชนิดจะมีวิตามินเอสูง เช่น แครอท ผักบุ้ง ตำลึง ฟักทอง มะละกอ
มะม่วงสุก เป็นต้น
ผักผลไม้บางชนิดยังมีสรรพคุณเป็นยาสมุนไพรที่ช่วยบำบัดและรักษาโรคบางชนิดได้เป็นอย่างดี
การดื่มน้ำผักผลไม้เป็นประจำจะช่วยทำให้ผิวพรรณดูเปล่งปลั่งสดใสได้
เพราะผักผลไม้หลายชนิดจะอุดมไปด้วยวิตามินซีและวิตามินอี
ซึ่งเป็นอาหารผิวที่มีส่วนช่วยบำรุงผิวพรรณ ทำให้ผิวดูมีสุขภาพดีและเรียบเนียน
คำแนะนำในการดื่มน้ำผักผลไม้
น้ำผักผลไม้เป็นเพียงอาหารเสริมสำหรับผักผลไม้สดมากกว่าที่จะเป็นอาหารหลักแทนที่ผักผลไม้สดทั้งหมด
เพื่อประโยชน์สูงสุดในการบริโภค ควรดื่มน้ำผลไม้ไม่เกิน
1 แก้วต่อวัน (ประมาณ 4-8 ออนซ์) และให้คั้นดื่มโดยไม่ต้องเพิ่มความหวานใด ๆ อีก
เนื่องจากในผลไม้จะมีน้ำตาลธรรมชาติอยู่แล้ว อีกทั้งยังให้แคลอรี่เพียง 60-80
แคลอรี่เท่านั้น
น้ำผลไม้คั้นสดควรเป็นสิ่งแรกที่เข้าสู่ร่างกายในตอนเช้า
เพราะน้ำผลไม้จะช่วยทำความสะอาดระบบต่าง ๆ ภายในร่างกาย รวมถึงการอุ่นเครื่อง ทำให้ร่างกายรู้สึกตื่นตัว
กระฉับกระเฉงมากยิ่งขึ้น เพราะร่างกายสามารถดูดซึมคุณค่าจากผลไม้สดได้ง่าย
ดังนั้นควรดื่มก่อนกินมื้อเช้าประมาณ 10 นาที
หรือหากดื่มหลังมื้ออาหารในแต่ละวัน โดยค่อย ๆ จิบน้ำผลไม้และกลั้วไปรอบ ๆ ปาก
เพื่อเพิ่มเอนไซม์ในอาหารช่วยทำให้กระเพาะอาหารย่อยได้ดีขึ้น
การดื่มน้ำผลไม้คั้นสดเป็นประจำจะช่วยถนอมสุขภาพสมองให้แข็งแรง
ห่างไกลจากโรคอัลไซเมอร์
ควรเลือกรับประทานน้ำผักผลไม้อย่างหลากหลาย
หรือรับประทานให้ครบทั้ง 5 สี
เนื่องจากผักผลไม้แต่ละสีแต่ละชนิดจะมีประโยชน์ที่แตกต่างกันออกไป
ก่อนนำผักหรือผลไม้มาคั้นเป็นน้ำ
ควรนำมาล้างให้สะอาดเสียก่อน โดยส้ม ฝรั่ง แครอท องุ่น ผักคะน้า
มีสารเคมีสูงอยู่ในระดับต้น ๆ (ส่วนน้ำผลไม้อย่างส้มที่ผลิตในโรงงาน
กระบวนการผลิตจะไม่มีการปอกเปลือก แต่จะคั้นกันทั้งเปลือก
ทำให้สารเคมีเหล่านี้อาจตกค้างในน้ำผลไม้ที่เราดื่มได้ ส่วนน้ำส้มคั้นที่ขายสด ๆ
ก็ตามท้องตลาดก็ควรจะระวังด้วย
เพราะนอกจากจะมีสารเคมีพวกยาฆ่าแมลงตกค้างที่เปลือกส้มแล้ว
ตัวเครื่องที่ใช้คั้นเองก็เป็นตัวสะสมแบคทีเรียได้เป็นอย่าง
เพราะเมืองไทยมีอากาศร้อน ทำให้แบคทีเรียเจริญเติบโตได้เร็ว)
อ่านบทความเรื่องการล้างผักได้ที่ 16 วิธีการล้างผักผลไม้ให้สะอาด
ในการปั่นน้ำผักรับประทานเองในครัวเรือน มีคำแนะนำว่า
ควรเลือกปั่นผักโดยใช้เครื่องปั่นในระดับความเร็วที่ไม่มากจนเกินไป
เพราะการปั่นผักด้วยความเร็วสูง ๆ
จะทำให้เกิดการสูญสลายของแร่ธาตุและสารอาหารบางอย่างได้
ผักผลไม้บางชนิดอาจมีสารหรือแร่ธาตุบางชนิดในปริมาณมาก
ซึ่งอาจก่อให้เกิดโทษกับผู้ป่วยเรื้อรังบางโรคได้ เช่น
ผู้ป่วยโรคไตควรหลีกเลี่ยงการรับประทานผักผลไม้ที่มีกรดออกซาลิกสูง (Oxalic acid) เช่น ควรหลีกเลี่ยงการดื่มน้ำใบชะพลู
และน้ำแครอท เป็นต้น
น้ำผักผลไม้ที่ได้รับความนิยมสูงโดยมากจะมีส่วนผสมของมะเขือเทศและโซเดียมในปริมาณมาก
ผู้บริโภคจึงควรระมัดระวังในการเลือกบริโภค อีกทั้งผักผลไม้บางชนิดจะมีน้ำตาลสูง
จึงควรไตร่ตรองอย่างระมัดระวังก่อนจะบริโภค
บรรณานุกรมข้อมูลออนไลน์
ประโยชน์ของน้ำผัก
& น้ำผลไม้เพื่อสุขภาพ. [ออนไลน์].
เข้าถึงได้จาก : frynn.com/น้ำผักผลไม้.
(วันที่ค้นหาข้อมูล : 4
เมษายน 2559).
น้ำสมุนไพร
น้ำสมุนไพรนั้นจริงๆแล้วมีมากมาย หลายชนิด
แต่ที่คัดเลือกมานำเสนอในวันนี้มี ๗ ชนิด
แต่ละชนิดก็มีประโยชน์และสรรพคุณแตกต่างกันไป สามารถดื่มได้ ทั้งแบบร้อนและแบบเย็น
ปัจจุบันนี้มีสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อสุขภาพมากขึ้น น้ำสมุนไพรก็เหมือนกัน
มีแบบบรรจุซองสำเร็จรูปขายตามร้านค้า
ซึ่งส่วนมากจะบรรจุซองให้มีขนาดพอชงกับน้ำร้อน ๑ แก้ว ได้รสชาติกำลังดี แต่แบบนี้
จะมีข้อเสีย คือ มีน้ำตาลผสมในส่วนที่ผสมที่สูง
ฉะนั้นถ้าคุณแม่บ้านพอจะมีเวลาทำเองก็จะดีกว่าค่ะ
แล้วยิ่งถ้าใช้น้ำตาลกรวดได้จะดีมากค่ะ ยิ่งทำให้ได้รสชาติที่เข้มข้น และควบคุมความหวานจากน้ำตาลได้ด้วย
อยากแนะนำว่า
สำหรับน้ำสมุนไพรนี้ถ้าใครสามารถดื่มแบบไม่ใส่น้ำตาลได้ก็จะดี (มาก) นะคะ
เพราะการบริโภคน้ำตาลมาก อาจทำให้เกิดโทษกับร่างกายได้
สำหรับสูตรการทำน้ำสมุนไพรครั้งนี้ ต้องขอขอบคุณอาจารย์กีชา วิมลเมธี
จากศูนย์แพทย์ไทยจังหวัดนครศรีธรรมราช ไว้ ณ ที่นี้ด้วยนะคะ
น้ำกระเจี๊ยบ
สรรพคุณ : บรรเทาเสมหะในคอ แก้อ่อนเพลีย แก้กระหายน้ำ ขับเสมหะ บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยกระจายเลือด
สรรพคุณ : บรรเทาเสมหะในคอ แก้อ่อนเพลีย แก้กระหายน้ำ ขับเสมหะ บำรุงธาตุ ช่วยย่อยอาหาร ช่วยกระจายเลือด
วิธีทำ : ถ้าบ้านใครมีต้นกระเจี๊ยบจะใช้ดอกกระเจี๊ยบสด
(หรือใช้ดอกแห้งที่มีขายทั่วไปก็ได้) ๔๐๐ กรัม ต้มกับน้ำ ๓ ลิตร เติมน้ำตาลกรวด
๓๐๐ กรัม ต้มนาน ๕ นาที เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น
นำผ้าขาวบางมากรองแล้วแช่ตู้เย็นเก็บไว้เป็นเครื่องดื่มได้เลย
น้ำใบบัวบก
สรรพคุณ : แก้ร้อนใน กระหายน้ำ ชุ่มคอ แก้อ่อนเพลีย แก้ช้ำภายใน
วิธีทำ : ใช้ต้นสด ทั้งใบ ก้าน
และราก ล้างน้ำให้สะอาด ตำหรือใช้เครื่องปั่นให้ละเอียด
เติมน้ำลงไปเล็กน้อยผสมให้เข้ากัน ใช้ผ้าขาวบางกรองกากออกผสมน้ำตาล
เติมน้ำแข็งเป็นเครื่องดื่มได้เลย หรือจะใช้สูตรต้มก็มีดังนี้
ใช้ใบและก้านสดประมาณ ๕๐๐ กรัม ต้มกับน้ำ ๒ ลิตร เติมน้ำตาลกรวด ๒๐๐ กรัม
ถ้ามีใบเตยใส่ลงไปด้วยนิดหน่อย ต้มนาน ๕ นาที เสร็จแล้ว ทิ้งไว้ให้เย็น
นำผ้าขาวบางมากรองแล้วแช่ตู้เย็นเก็บไว้เป็นเครื่องดื่มได้เลย
น้ำขิง
สรรพคุณ : บรรเทาอาการท้องอืด จุก แน่นท้อง แก้อาเจียน ขับลม ทำให้ร่างกายอบอุ่น ป้องกันการเมารถ เมาเรือ
วิธีทำ : ใช้ขิงสด หรือแห้ง ๓๐๐ กรัม
ต้มกับน้ำ ๒ ลิตร เติมน้ำตาลกรวด ๒๐๐ กรัม ต้มนาน ๕ นาที เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น
นำผ้าขาวบางมากรองแล้วแช่ตู้เย็นเก็บไว้เป็นเครื่องดื่มได้เลย
| เพิ่มคำอธิบายภาพ |
น้ำมะตูม
สรรพคุณ : บำรุงไฟธาตุ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ แก้ท้องเสีย ท้องร่วงเรื้อรังในเด็ก
สรรพคุณ : บำรุงไฟธาตุ ช่วยให้เจริญอาหาร แก้กระหายน้ำ แก้ท้องเสีย ท้องร่วงเรื้อรังในเด็ก
วิธีทำ : ใช้ผล มะตูมดิบ
นำมาขูดผิวที่ลูกออกให้หมด แล้วหั่นเป็นแว่นบางๆ ตากแดดให้แห้งหรือพอหมาด
(ถ้าไม่สะดวก ให้หาซื้อแบบแห้งสำเร็จรูปแล้วก็ได้) ใช้ประมาณ ๕ แว่น ต้มกับน้ำ ๑
ลิตร เติมน้ำตาลกรวด ๒๐๐ กรัม ต้มนาน ๕ นาที เสร็จแล้วทิ้งไว้ให้เย็น
นำผ้าขาวบางมากรองแล้วแช่ตู้เย็นเก็บไว้ เป็นเครื่องดื่มได้เลย
บรรณานุกรมข้อมูลออนไลน์
บรรณานุกรมข้อมูลออนไลน์
น้ำสมุนไพร. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : info.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=23&id=16903.
(วันที่ค้นหาข้อมูล : 4 เมษายน 2559).

น้ำสมุนไพร ได้อนุญาตให้ใช้ภายใต้ สัญญาอนุญาตครีเอทีฟคอมมอนส์แบบแสดงที่มา-ไม่ใช้เพื่อการค้า 4.0 International.
บรรณานุกรมข้อมูลออนไลน์
น้ำสมุนไพร. [ออนไลน์]. เข้าถึงได้จาก : info.muslimthaipost.com/main/index.php?page=sub&category=23&id=16903.
(วันที่ค้นหาข้อมูล : 4 เมษายน 2559).

ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น